ในการทำเสาเข็มเจาะชนิดนี้
ประกอบด้วยอุปกรณ์ค่อนข้างเล็กไม่ยุ่งยาก เคลื่อนย้ายสะดวกไม่ต้องการบริเวณทำงานมากนัก อุปกรณ์หลักประกอบด้วย ขาหยั่ง 3 ขา ( TRIPOD ) ปลายบนติดรอกเดี่ยวใช้ กว้านลม (AIR
WINCH) เป็นเครื่องจักรกลหลักในการเจาะ
ยก
ดึง และ
ถอดปลอกเหล็ก ซึ่งมีขั้นตอนการทำเสาเข็มเจาะ ดังนี้.
ขั้นตอนที่
1. การจัดเครื่องมือเข้าศูนย์กลางเสาเข็มเจาะ
ปรับตั้ง 3 ขา ให้ได้ตรงแนวศูนย์กลางของเสาเข็ม เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว จึงตอก
หลักยึดปรับแท่นเครื่องมือให้แน่นแล้วใช้กระเช้า ( BORING
TACKLE ) เจาะนำเป็นรู
ลึก ( PRE BORE) ประมาณ
1.00 เมตร
ขั้นตอนที่
2. การตอกปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING)
2.1 ขนาดและความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราว
ปลอกเหล็กชั่วคราว ( CASING ) จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเดียวกันกับเสาเข็มเจาะ
ซึ่งแต่ละท่อนจะมีความยาว 1.20 เมตร ต่อกันด้วยระบบเกลียวในการทำงานจะตอก
ปลอกเหล็กผ่านชั้นดินที่ไม่มีเสถียรภาพ
( UNSTABLE
STRATUM ) ซึ่งอยู่ด้านบน
จนกระทั่งถึงชั้นดินที่มีเสถียรภาพ ( STABLE STRATUM
) เพื่อป้องกันการเคลื่อน พัง
ของผนังรูเจาะ
2.2 การควบคุมตำแหน่งให้ถูกต้องและอยู่ในแนวดิ่ง
ในการทำงานการตอกปลอกเหล็กชั่วคราวลงไปแต่ละท่อนจะได้มีการตรวจสอบ
ตำแหน่งศูนย์กลางของเข็มและแนวดิ่งอยู่เสมอ
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เข็มเจาะเอียง
ขั้นตอนที่
3. การเจาะ
3.1
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะ
จะใช้กระเช้าเก็บดิน (BORING TACKLE) เมื่อกระเช้าถูกทิ้งลงไปในรูเจาะด้วยน้ำ
หนักของตัวเองดินก็จะถูกอัดเข้าไปอยู่ในกระเช้า ทำซ้ำกันเรื่อยๆ จนดินถูกอัดจนเต็ม
กระเช้า จึงนำขึ้นมาเทออก การเจาะจะดำเนินไปจนกระทั่งได้ ความลึกตามที่ต้องการ
3.2 การตรวจสอบการเคลื่อนพังของดินในชั้นที่ไม่มีปลอกเหล็กชั่วคราว
ในระหว่างการเจาะเอาดินขึ้น
จะหมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้า
(CAVE IN)
หรือไม่
โดยดูจากชนิดของดินซึ่งเก็บขึ้นมาควรจะต้องสอดคล้องกับความลึก
และคล้ายคลึงกับเข็มต้นแรกๆ ถ้าตรวจพบว่าดินเกิดจากการเคลื่อนพังจะรีบแก้ไขในทันทีโดยตอกปลอกเหล็กชั่วคราวให้ลึกลงไปอีก
3.3 การขนย้ายดิน
ดินที่เจาะขึ้นมา
จะนำออกมานอกบริเวณโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดน้ำหนักจร
(SURCHARGE) ต่อเสาเข็มต้นถัดไป
ขั้นตอนที่ 4. การตรวจสอบรูเจาะก่อนใส่เหล็กเสริม
4.1 การวัดความลึก
โดยวัดจากความยาวของสายสลิงร่วมกับความยาวของกระเช้าตักดิน
4.2
การตรวจสอบก้นหลุม
ใช้สปอร์ตไลท์ส่องดูก้นหลุมว่ามีการยุบเข้า (CABE IN) มีน้ำซึมหรือไม่ ถ้ามีน้ำซึมที่
บริเวณก้นหลุม จะเทคอนกรีตแห้งลงไปประมาณ 0.10 ม.3 โดยแบ่งเป็นชั้นๆ และ
กระทุ้ง (COMPACT) ให้แน่นด้วยตุ้มเหล็ก
ขั้นตอนที่ 5. ใส่เหล็กเสริม
5.1 ชนิดของเหล็กเสริม
ใช้เหล็กเสริมข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD 30 ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม
ม.อ.ก.24-2527
5.2
ขนาดและปริมาณเหล็กเสริม
ใช้ตามกำหนดของวิศวกรรมผู้ออกแบบ
5.3
การใส่เหล็กเสริม
หย่อนโครงเหล็กให้อยู่ตรงการของรูเจาะจนถึงระดับที่ต้องการและยึดให้แน่นหนา
เพื่อที่ขณะที่เทคอนกรีตโครงเหล็กจะไม่ขยับเขยื้อน
ขั้นตอนที่ 6. การเทคอนกรีต
6.1
ชนิดของคอนกรีต
คอนกรีตที่ใช้เป็นคอนกรีตผสมโม่ มีกำลังอัดประลัยที่ 28 วัน เมื่อทดสอบโดยแท่ง
คอนกรีตทรงกระบอก f15 x
( PORTLAND CEMENT TYPE 1 ) ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม
มอก.15-2532
6.2
อัตราส่วนผสมคอนกรีต
CONCRETE
MIX PROPORTION
PROPORTION IN
Cement type 1 =
350
Kg.
River sand =
0.54
m.3
Rock
No.2
=
1.07
m.3
Water
=
190
Liter
Water Cement ratio, w/c
=
0.54
Slump
=
10 +/- 2.5
cm.
Proposed Compressive Strength at 28 days
cylinder) = 210 ksc.
PROPORTION IN ONE MIC
(Use Container Size 0.40x0.60.0.32 m.)
Cement
Type 1 1
Bag
=
50
Kg.
River
Sand
1 Container
=
0.077
m.3
Rock
No.2
2
Container
=
0.154
m.3
Water
=
27.1
Liter
6.3
วิธีเทคอนกรีต
เมื่อรูเจาะได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้เทคอนกรีตได้
จะรีบทำการเทคอนกรีตทันที
เพื่อไม่ให้รูเจาะอ่อนตัวหรือกระทบความชื้นในอากาศนานเกินไป
จนสูญเสียแรงเฉือน
(SKIN FRICTION) ได้
ขั้นตอนที่
7. การถอดปลอกเหล็กชั่วคราว
จะต้องเทคอนกรีตให้มีระดับสูงกว่าปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING) พอสมควรจึงจะเริ่มถอดปลอกเหล็กขึ้น
โดยปกติขณะถอดปลอกเหล็กจะต้องให้มีคอนกรีตอยู่ภายในปลอกเหล็กไม่น้อยกว่า
____________________________________________________________
Copy right (c) 2007 by Lucky-Angel Corporation Limited. All rights
Reserved
757/47 Soi-Onnut46, Sukhumvit 77rd., Suanluang, B
Tel. (66) 02-3221578,
02-3221579, 086-3769018 Fax.(66) 02-7214932